|
ธรรมชาติของช้าง
ช้างเป็นสัตว์สังคม หากินเป็นหมู่หรือฝูง ไม่ชอบหากินตามลำพัง เมื่อมีอันตรายเกิดขึ้น
ก็จะช่วยเหลือกัน ช้างป่าชอบอยู่เป็นฝูง ซึ่งเรียกว่า "โขลง"โขลงหนึ่งจะมีช้างประมาณ
10-20 ตัวหรือ 30-50 ตัว ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม น้ำ และอาหาร ที่อุดมสมบูรณ์
ในยามปกติที่ช้างในโขลงกำลังพักผ่อนหรือหากินอาหารอยู่ จ่าโขลง และช้างงา
จะแยกออกจากโขลง ไปหากินต่างหาก แต่ไม่ห่างจากโขลงเท่าใดนัก เพื่อคอยป้องกันอันตราย
อยู่รอบนอก บ้างก็ว่า อาจเพราะว่า จ่าโขลงรู้ว่า ช้างเชือกอื่นกลัว
เวลาอยู่ใกล้ จึงแยกตัวอกไป บ้างก็ระวังตัว จากการพบเห็นของพราน ที่ต้องการล่าเอางามัน
ในโขลงช้างหนึ่ง ๆ นั้นจะมีช้างพัง หรือช้างเพศเมีย ที่อายุมาก ซึ่งเรียกกันว่า
แม่แปรก(ปะแหรก) เป็นตัวนำฝูง ท่องเที่ยวหากิน หลบภัย เลือกหาที่หลับนอน
โขลงช้างจะย้ายถิ่นหากินไปเรื่อย ๆ ตามฤดูกาลขึ้นอยู่กับว่าฤดูไหน
อาหารอะไรมีชุกชุมที่ไหน เช่น กลางฤดูฝน โขลงช้างจะไปอยู่ตามป่าไผ่เพื่อกินหน่อไม้
เป็นต้น เวลาช้างกินหญ้า ช้างจะเอางวงคว้าหญ้าแล้วกวาดขึ้นมาเป็นฟ่อนได้อย่างน่าดู
หากมีทรายติดขึ้นมามาก ช้างจะเอาหญ้า ฟาดกับขาหน้า ที่ยกขึ้นมารองรับ
เพื่อให้ทรายร่วงหล่นก่อน
ช้างดื่มน้ำวันละครั้ง หรือ 2-3 ครั้ง แล้วแต่โอกาสอำนวย โดยใช้งวงดูดน้ำ
แล้วสอดงวงเข้าปาก พ่นน้ำเข้าปาก ช้างชอบกินดินโป่งมาก ในระยะทาง ที่มันท่องเที่ยว
ช้างจะแวะ หรือผ่านตามโป่งต่าง ๆ เพื่อหากินดินโป่ง ดินโป่ง หรือแหล่งที่มีดินละเอียดสีขาว
มักอยู่ตามริมเนินเขา หรือกลางทุ่ง ในดินโป่งแต่ละโป่ง จะมีสัดส่วนของเกลือต่าง
ๆ กัน ดังนั้นช้างชอบกินดินโป่ง วันละหลายแห่ง ดินโป่งบางแห่งเป็นหินเปื่อย
ๆ ร่วน ๆ บางแห่งเป็นดินละเอียด เวลาช้างจะกินดินโป่ง จะใช้งาทิ่มแทงตามผนังดินโป่ง
ให้ดินร่วงหล่นลง บางครั้งก็ใช้เท้าถีบหรือคุ้ยให้ดินร่วง จากนั้นใช้งวงกวาดเก็บใส่ปาก
ช้างชอบหากินกลางคืน และนอนกลางวัน จะออกหากินราว ๆ 4 โมงเย็นหากินเรื่อยไป
ตามในดง มุ่งหน้าไปทางทุ่งกว้าง หากินตามชายทุ่ง ในเวลาจวนพลบ หากินหญ้าตามทุ่ง
ลูกไม้ป่าและอื่น ๆ จากทุ่งนี้ไปทุ่งโน้น เรื่อยไป บางครั้ง ก็แวะกินน้ำบ้าง
บางครั้งจะแวะกินดินโป่ง หากินเรื่อยไป จนสว่าง พอแดดเริ่มขึ้น ช้างจะกลับไปเข้าป่า
หาที่ร่มเย็น และครึ้ม เพื่อนอนต่อไป
การนอนของช้าง เวลานอนมักจะยืนหลับ ตัวจะโยกเยกไปมา บางครั้ง จะนอนตะแคงกับพื้นดิน
ช้างที่มีงา งาจะวางราบลงบนพื้นเช่นกัน เวลาขยับหัว งาจะขูดลากเป็นรอยบนพื้นดิน
พรานป่าพอเห็น ก้อสันนิฐานได้ว่า งายาวขนาดไหน ช้างเอเชียชอบอากาศเย็น
จึงมักอยู่ตาม ป่าละเมาะที่มีห้วย และลำธาร เพราะช้างชอบลงเล่นน้ำบ่อย
ๆ ช้างวายน้ำเก่ง ถ้าอากาศร้อน และไม่มีแหล่งน้ำ ช้างจะเอางวงใส่เข้าปากลึก
ๆ เพื่อดูดน้ำ จากกระเพาะ แล้วพ่นน้ำ ตามไลหลัง คอและหัว เพื่อให้ผิวหนังเปียก
และเย็น ช้างที่ทำงานมาก จะดื่มน้ำวันละ ประมาณ 60 แกลลอนหรือ 15 ปีบ
ช้างไม่วิ่ง แบบสัตว์อื่น เพราะมีน้ำหนักตัวมาก กำลังข้อ และขา ไม่สามารถยกตัวของมัน
ให้วิ่งลอยได้ หากพบคูกว้าง 7-8 ฟุต ช้างก้อไม่สามารถ กระโดดข้ามได้
จะต้องลงไปในค ูแล้วไต่ขึ้นมา ช้างวิ่งได้ช้ากว่าคน วิ่งได้ประมาณ
14 ไมล์/ชม การวิ่งของช้าง ก็คือการเดินให้เร็วขึ้นเท่านั้นเอง

ช้างสามารถไต่เขาชัน ๆ ได้เวลาขึ้นที่ชัน ช้างจะย่อเข่า หรือคุกเข่าหน้าขึ้นไป
เวลาลงก็จะย่อเข่าหลังลง หากมีต้นไม้ใหญ่ หรือก้อนหินใหญ่อยู่ใกล้
ช้างจะใช้งวง ช่วยดึงด้วย ช้างเวลาจะข้ามสะพาน หรือที่ดินซุยบางแห่ง
ที่มันกลัวว่าจะเป็นหลุม ช้างจะใช้ เท้าหน้าเขี่ย หรือลงเหยียบด ูว่าสะพานจะไม่หัก
หรือไม่มีหลุม จึงจะเดินต่อไป ช้างเวลาคุกเข่าจะย่อขาหลังลง ทีละขาก่อน
แล้วจึงย่อวางขาหน้า ให้เหยียดยาว ไปข้างหน้า เวลาจะลุกขึ้น จะยันขาหน้าขึ้นก่อน
แล้วขาหลังจึงลุกตาม
ช้างสามารถว่ายน้ำได้เก่งทุกตัว โดยไม่ต้องหัด ว่ายได้ความเร็วประมาณ
1 ไมล์/ชั่วโมง สามารถว่ายได้ทน โดยเท้าไม่แตะพื้นประมาณ 6 ชั่วโมง
หรือกว่านั้น หากแม่ช้างที่มีลูกช้างน้อยด้วย แม่จะให้ลูกเกาะ หรือพยุงตัว
ไปตามข้างไหล่ ของแม่ หรือเอางวงคอยหนุน พยุงลูก ไม่ให้จมน้ำ ช้างสามารถดำน้ำได้นาน
และจะชูงวงขึ้นพ้นน้ำ มาหายใจทีหนึ่ง
เสียงร้องของช้าง มีหลายเสียงด้วยกัน ตามความรู้สึก ได้แก่เวลาดีใจ
หรือชอบ จะทำเสียง "แอ๊ๆๆ" เบา ๆ ซ้ำ ๆ หลายครั้งติด ๆ กัน
หากได้กลิ่นเสือ หรือศัตรู หรืออะไรที่มันไม่ชอบ ช้างจะเอาปลายงวง
กดลงบนพื้น แล้วพ่นลมออกมาดังแฟ๊ด อีกเสียงที่นักนิยมไพรได้ยิน คือ
เสียงสั่นอยู่ในท้องช้าง เมื่อจะผสมพันธุ์ จะขึ้นทับกัน เช่นเดียวกับสัตว์ป่าอื่น
ๆ ช้างจะตั้งท้องนานประมาณ 17-24 เดือน จึงคลอดลูก มักมีตัวเดียว น้อยครั้งที่คลอดลูกแฝด
ช้างไม่ควรทำงานกลางแจ้ง เกินกว่า 3 ชั่วโมง โดยปราศจาก การพักผ่อน
ควรให้ช้างพักใต้ร่มไม้ หรือที่ร่ม พร้อมน้ำ และอาหารเล็กน้อย นานประมาณ
30 นาที
การติดต่อของช้าง ที่อยู่ห่างกัน เกิดจากการทำคลื่นเสียง ที่มีความถี่ต่ำ
ที่เรียกว่า "Infrasound" จากการถู หรือบิงวงของช้าง ซึ่งบางครั้ง
สามารถติดต่อกันได้ ในระยะทาง ประมาณ 0.96-4.8 กิโลเมตร
ช้างพลาย และช้างพังที่เจริญเติบโต เต็มที่ และร่างกายสมบูรณ์ อายุอยู่ในเกณฑ์ที่จะผสมพันธุ์ได้
จะตกมันทั้งสิ้น เฉลี่ยปีละ 1 ครั้ง ครั้งหนึ่งนาน ประมาณ 1-2 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับ
ความสมบูรณ์ และการดูแลระหว่าตกมัน ช้างที่สมบูรณ์มาก ๆ จะตกมันปีละ
2-3 ครั้ง ครั้งหนึ่งนาน 45-60 วัน ช้างที่อ่อนแอ เป็นโรค จะไม่ตกมันเลย
การตกมันเกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาล
|